7 กันยายน 2563

Published กันยายน 07, 2563 by with 1 comment

รีวิว PinePhone Community Edition รุ่น postmarketOS : ฮาร์ดแวร์

สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อเดือนก่อน ผมได้สั่ง PinePhone มา โดย PinePhone เป็นมือถือที่ทาง Pine64 ผลิตขึ้นให้กับนักพัฒนาที่สนใจอยากใช้มือถือที่รันระบบปฎิบัติการลินุกซ์เต็มตัว ที่ไม่ใช่ Android จึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ใช้งาน Linux ประจำ


บทความนี้จะมารีวิวส่วนฮาร์ดแวร์เบื้องต้นก่อนนะครับ

ผมบังเอิญค้นเจอ ตอนนั้น PinePhone Community Edition มี 2 รุ่น คือ แรม 2GB พร้อมพื้นที่ 16 GB กับ แรม 3GB พร้อมพื้นที่ 32GB (แถม USB-C Docking Bar มาด้วย) ทั้งคู่รันระบบปฎิบัติการ postmarketOS มีฐานเป็น Alpine Linux
ภาพจาก https://store.pine64.org/product/pinephone-community-edition-postmarketos-with-convergence-package-limited-edition-linux-smartphone/

ผมจึงจัดรุ่น แรม 3GB พร้อมพื้นที่ 32GB มา ราคา $199 หรือประมาณ 6 พันกว่าบาท ในเว็บระบุว่าทุกการซื้อเขาจะบริจาค $10 ให้กับโครงการ postmarketOS ถือเป็นวิธีสนับสนุน Open Source ตัวนี้ไปในตัว
 โดยมีสเปคดังนี้
  • Chipset: Allwinner A64
  • CPU: 64-bit Quad-core 1.2 GHz ARM Cortex A-53
  • GPU: MALI-400MP2
  • จอ 5.95 inches ความละเอียด 1440×720 pixels, 18:9 ratio
  • แรม 3GB LPDDR3 SDRAM
  • เนื้อที่ภายใน 32GB eMMC รองรับ micro SD สูงสุด 2TB
  • กล้องหน้า 2MP, f/2.8, 1/5″
  • กล้องหลัง 5MP, 1/4″, LED Flash
  • มีช่องเสียบหูฟัง
  • แบตเตอรี่แบบถอดได้ Li-Po 2750-3000 mAh battery
  • WLAN: Wi-Fi 802.11 b/g/n, single-band, hotspot 
  • Bluetooth: 4.0, A2DP
  • GPS: Yes, with A-GPS, GLONASS
  • รองรับ LTE ทั่วโลก WCDMA และ GSM (เหมือนจะรองรับเกือบทุกคลื่นในประเทศไทย)
  • Sensors: Accelerometer, gyro, proximity, ambient light, magnetometer(compass)
  • รองรับ Quick Charge
วิดีโอที่ทาง Pine64 โปรโมท

โดยผมสั่งต้อง Pre-Ober อยู่เกือบเดือน ราคา 199.99 ดอลล่า รวมค่าจัดส่งเป็น 224 ดอลล่า (ใช้ DHL จัดส่ง) จ่ายผ่าน พอจ่ายเสร็จจะได้เมลใบเสร็จและเมลยืนยันมา
พอถึงเวลาส่ง Pine64 จะประกาศบนฟอร์มว่ากำลังส่ง ซึ่งกว่าของจะคีย์เข้าระบบใช้เวลาประมาณ 3 - 4 วัน หลังจากนั้นก็ได้อีเมลจาก DHL ให้จ่ายภาษีนำเข้า 700 กว่าบาท ... ไม่กี่วันก็ได้รับของ

เปิดกล่องออกมา ข้างในจะเป็นกล่องที่มีข้อความ PINE64 postmarketOS พร้อมโลโก้ Pine64 กล่องออกแบบมาได้เท่ห์มาก ๆ โค้ด Python เต็มไปหมด
ข้างกล่องมีรายละเอียดมือถือ รองรับ GSM WCDMA LTE เท่าที่ดูรองรับทุกคลื่นผู้ให้บริการมือถือในประเทศไทย



ข้อมูลรายละเอียดข้างกล่อง PinePhone
เปิดกล่องมาพบกับ PinePhone ที่ห่อไว้ พร้อมแถมฟิล์มกันรอยมาให้ (แต่ของผมมีขนติดมา พอเอาออก แผ่นฟิล์มมันมีฝุ่น เลยเอาฟิล์มกระจกอื่นติดแทน)

อุปกรณ์ที่มีมาในกล่อง
  • คู่มือแนะนำขนาดเล็ก
  • PinePhone พร้อมฟิล์มกันรอยติดมาด้วย
  • สายชาร์ท
  • USB-C Docking Bar

 ตัวเครื่องห่อมาอย่างดี
USB-C Docking Bar
 สายชาร์ท เป็น USB-C to USB-A (มีตัวแปลงซิมการ์ดด้วย)
ตัวเครื่อง
ข้างหลังตัวเครื่องมีโลโก้ postmarketOS พร้อมข้างใต้ Powered by Linux โดยตัวกล้องมีโลโก้ Pine64 อยู่ข้างกล้อง โดยมีลำโฟนอยู่ข้างหลัง พร้อมกับไมโครโฟนอยู่ที่ใต้เครื่อง
ก่อนที่เราจะเปิดเครื่อง เราต้องแกะฝาหลัง โดยแกะตามล่องข้างตัวเครื่องด้านขวา แล้วหยิบพลาสติกที่ขั้วแบตออกก่อน (PinePhone สามารถเปิดฝาหลังเครื่องและเปลี่ยนแบตได้เองด้วย)
ถ้ามองผ่าน ๆ จะเหมือนคล้าย ๆ กับมือถือทั่วไปที่มีช่องใส่ซิมกับการ์ด micro SD แต่ PinePhone มีสวิตซ์เปิดปิด การทำงานวงจรต่าง ๆ อย่างไมโครโฟน ไวไฟ กล้อง แบบปุ่ม มาด้วย น่าจะใช้ไม้จิ้มฟันเปิดปิดได้เลย

แกะแบตได้ด้วย
 แบต เหมือนจะใช้แบต Nokia สมัยก่อนได้ด้วย
 ฝาหลัง

พอเราหยิบพลาสติกที่ขั้วแบตออกแล้วใส่แบต เราเปิดเครื่องโดยกดปุ่ม power ข้างเครื่องด้านขวา คล้าย ๆ มือถือทั่วไป กดแล้วจะมีไฟสีเขียวพอกับเครื่องสั่น เปิดมาพร้อมกับหน้าจอ postmarketOS ให้ตั้งค่า passwork แล้วมีถามว่าจะเข้ารหัสข้อมูล กับเปิด ssh ไหม

เสร็จแล้ว รอให้ postmarketOS ติดตั้งสักครู่
จะเจอหน้า Welcome ของ postmarketOS

ถึงแม้ระบบปฏิบัติการที่มากับเครื่อง PinePhone รุ่นนี้จะเป็น postmarketOS แต่ก็ยังคงสามารถลงระบบปฏิบัติการอื่น ๆ เช่น Ubports (พัฒนาต่อจาก Ubuntu Touch) และอื่น ๆ ได้

สำหรับการรีวิว PinePhone Community Edition รุ่น postmarketOS ส่วนฮาร์ดแวร์ ขอจบลงแค่นี้ :)

1 ความคิดเห็น:

  1. สำหรับกล้อง กับการโทร ผมจะรีวิวในส่วนซอฟต์แวร์ต่อไปนะครับ โดยกล้อง ปัจจุบันใน postmarketOS ยังไม่มีแอพที่สามารถถ่ายรูปได้แบบเป็นทางการ (กำลังพัฒนา)

    ตอบกลับลบ

แสดงความคิดเห็นได้เลยครับ :)