ทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

ทำไมใบไม้จึงเปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง

  ในธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตมีการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด ต้นไม้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกัน ใบไม้มีสีเขียวเพราะมี คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) อยู่ในคลอโรพลาสต์ (chloroplast) และมีเยื่อหุ้ม เรียกว่า ไทลาคอยด์ (thylacoid) โดยบนไทลาคอยด์นี้มีคลอโรฟิลล์รับพลังงานจากดวงอาทิตย์
เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง (photosynthesis) เพื่อใช้ในการสร้างอาหารให้กับพืช
  นอกจากนั้นยังมีสารสีอีกหนึ่งที่เรียกว่า แคโรทีนอยด์ (carotenoid) เป็นโมเลกุลสารประกอบไขมันขนาดใหญ่ พบในพืชชั้นสูง มี 2 ชนิด ดังนี้

  1. แคโรทีน (carotene) มีสารสีแดงหรือสีส้ม หากแคโรทีนและคลอโรฟิลล์อยู่ในใบเดียวกันจะสะท้อนแสงสีแดง เขียวแกมน้ำเงิน และแสงสีน้ำเงิน ทำให้ใบไม้มีสีเขียว
  2. แซนโทรฟิลล์ (xantrophyll) มีสารสีเหลืองหรือสีน้ำตาล

ในใบไม้ของพืชจะมีสารสีทั้ง 3 ชนิด คลอโรฟิลล์,แคโรทีน,แซนโทรฟิลล์ หากสารใดมีปริมาณมากกว่า พืชจะปรากฏให้เห็นสีของสารชนิดนั้น ๆ

Color of the Fall

  เนื่องจากพืชต้องการน้ำ แสง สารอาหารและอุณหภูมิที่เหมาะสม ในการผลิตคลอโรฟิลล์เพื่อสร้างอาหารให้แก่พืช แต่การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ทำให้ลักษณะทางกายภาพนั้นเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อปริมาณแสงที่พืชได้รับ เช่น เกิดการเปลี่ยนแปลงของช่วงความยาวของวัน

Fall Foliage on the Ground

  ในฤดูหนาว ช่วงเวลากลางวันจะสั้นกว่ากลางคืน พืชจะได้รับแสงในปริมาณที่น้อยลง อุณหภูมิต่ำลง มีปริมาณน้ำลดลง พืชจึงปรับตัวตอบสนองด้วยการสร้างคลอโรฟิลล์น้อยลง ในขณะเดียวกันคลอโรฟิลล์ที่มีอยู่จะสลายตัวอยู่ตลอดเวลา พืชจึงเริ่มการผลัดใบป้องกันการสูญเสียน้ำและอาหารที่สะสมไว้ในช่วงฤดูร้อน ใบไม้จึงเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีเหลือง หรือส้ม แดง จนที่สุดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและร่วงลงสู่พื้นดิน

ติดตามบทความต่อไปนะครับ
ขอบคุณครับ

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *