สิ่งมีชีวิตเรืองแสง

สิ่งมีชีวิตเรืองแสงเป็นสิ่งมีชีวิต(creature) มีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถาพแวดล้อมได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลือดอุ่น สัตว์เลือดเย็น บางสายพันธุ์ได้มีการวิวัฒนาการมาเป็น สิ่งมีชีวิตเรืองแสง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับสิ่งมีชีวิตเรืองแสงครับ

  1. หิ่งห้อย

      หิ่งห้อย (ชื่อในภาษาอังกฤษ Firefly, Lightning bug, Lampyrid, Glow worm) สิ่งมีชีวิตเรืองแสงที่อยู่ในวงศ์ Lampyridae ในอันดับคอลีออพเทอร่า (Crepuscular) ปัจจุบันมีการค้นพบหิ่งห้อยกว่า 2,000 ชนิดทั่วโลก เป็นแมลงปีกแข็งโดยมีแสงเรือง ๆ ที่ก้นของแมลง เพราะที่ปล้องแสงมีสาร Luciferin และได้รับพลังงานอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต(ATP)โปรตีนให้พลลังงานแก่เซลล์ การที่หิ่งห้อยกระพริบแสงเพื่อสื่อให้เห็นว่าหิ่งห้อยตัววนั้นพร้อมผสมพันธุ์ และหิ่งห้อยยังสามารถบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของธรรมชาติในระบบนิเวศบริเวณนนั้นได้อีกด้วย

  2. Swima bombiviridis (ระเบิดสีเขียว)

    เป็นหนอนปล้องชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึก
    ขอขอบคุณภาพจาก BBC

      เป็นสิ่งมีชีวิตเรืองแสงจำพวกหนอนปล้องชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ในทะเลน้ำลึก โดยจะทิ้งเหงือกที่ค่อนข้างคล้ายเหมือน “ระเบิดสีเขียว” โดยยังคงสว่างเรืองแสงอยู่หลายวินาทีหลังจากที่พวกมันได้ปล่อย “ระเบิดสีเขียว” เป็นกลไกการป้องกันตัวจากนักล่า โดยหักเหความสนใจจากตัวของมัน พบในทะเลที่ไกลจากประเทศฟิลิปปินส์และทะเลทางชายฝั่งตะวันตกของแม็กซิโกและอเมริกา

  3. ซาล์ป (Salp)

    เป็นสิ่งมีชีวิตเรืองแสงจำพวกสัตว์ทะเลที่คล้ายกับแมงกระพรุน ตัวโปร่งใส ตัวยาวประมาณ 1 – 10 เซนติเมตร มีลักษณะกลม ตรงกลางป่อง เคลื่อนตัวตามกระแสน้ำ กินพืชน้ำขนาดเล็กเป็นอาหารโดยการกรองน้ำทะเล อาคัยอยู่ในมหาสมุทรระดับความลึกปานกลาง ซาล์ป (Salp)บางชนิดสามารถเรืองแสงได้ด้วยครับ

  4. หมึกกล้วยน้ำลึก Taningia danae

    เป็นหมึกกล้วยน้ำลึก มีหนวด 8 เส้น โดยตัวอย่างที่ค้นพบมีขนาดใหญ่ที่สุดยาว 2.3 เมตร ( 7.5 ฟุต ) โดยเพศเมียมีน้ำหนัก 161.4 กิโลกรัม ( 356 ปอนด์) อาศัยอยู่มากในแถบทะเลมหาสมุทรเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน ในวิดีโอด้านล่างนี้หมึกนี้ได้โจมตีเหยื่อที่นักวิจัยได้วางไว้ ถูกโจมตีโดยความเร็วสูงและปล่อยแสงกระพริบ ๆ ออกมาจากอวัยวะเรืองแสงที่ปลายหนวดของมัน ได้มีสันนิษฐานโดยพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น(Japan’s National Science Museum) ว่าที่มีแสงกระพริบออกมานั้นเพื่อไม่ให้เหยื่อมองเห็น ช่วยกะระยะทางระหว่างหมึกกับเหยื่อ สื่อสาร หรือ ดึงดูดเพศตรงข้าม ที่มา : http://www.livescience.com/1299-videos-deep-sea-squid-reveal-aggressive-predator.html

  5. แมงกระพุน Atolla wyvillei

  6. เป็นแมงกระพุนทะเลน้ำลึก อาศัยอยู่ในมหาสมุทรทั่วโลก มันจะส่องแสงสีฟ้ารูปกังหันออกจากเส้นรอบตัวของมันเมื่อมันเข้าโจมตีเหยื่อ โดยดึงดูดนักล่าขนาดที่ใหญ่กว่าให้มาทำร้ายนักล่าที่จับมันอยู่ ถ้าได้ผล นักล่าที่จับแมงกระพรุงนี้อยู่ก็จะปล่อยมันไป

  7. หนอนเรืองแสง Glow worm

    เป็นสิ่งมีชีวิตเรืองแสงจำพวกหนอน เป็นหนอนที่เรืองแสงได้  ตัวอ่อนหนอนเรืองแสงจะกินสัตว์และล่าทากและหอยทาก แต่เมื่อเติบโตเต็มวัยแล้ว ไม่ค่อยกินอาหาร โดยตัวผู้นี้จะเรืองแสงแบบเลือนๆ แต่ถ้าเป็นตัวเมียเราจะเห็นการเรืองแสงนี้แบบชัดเจน ตัวอย่างเช่น หนอน Arachnocampa luminosa เป็นเอกลักษณ์ของนิวซีแลนด์ ที่ถ้ำ Waitomo Glowworm มีหนอน Arachnocampa luminosa ได้เรืองแสงอย่างสวยงามออกมา


  8. เห็ดรา

    เป็นผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในธรรมชาติ เป็นอีกอาณาจักรหนึ่งของสิ่งมีชีวิต อยู่ในอาณาจักรฟังไจ นอกจากนั้นยังมีเห็ดราที่เรืองแสงได้อีกด้วยนะครับ การเรืองแสงทางชีวภาพ(Bioluminescence) ได้ถูกอธิบายไว้ในกว่า 70 สายพันธุ์ของเชื้อรา ตัวอย่างเช่น เห็ด Mycena (Mycena lucentipes)

  9. หอยทาก Quantula striata

    เป็นสิ่งมีชีวิตเรืองแสงจำ หอยทากสายพันธุ์หนึ่งที่เรืองแสงได้ โดยไข่ของหอยทากนี้จะเรืองแสงได้ในที่มืด เมื่อฟักแล้ว ตัววัยอ่อนและตัวเต็มวัยส่วนใหญ่ให้กระพริบไฟสีเขียว

  10. ปลาตกเบ็ด (Anglerfish)

    เป็นปลาน้ำลึก โดยที่เบ็ดที่ออกมาห้อยอยู่บนหัวตรงหน้าปากฟันของปลาตกเบ็ด มีแบคทีเรียเรืองแสง เพศเมียจะเรืองแสงได้เท่านั้นและมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้ ซึ่งเรืองแสงไม่ได้ โดยปลาตกเบ็ดเพศผู้จะไปเกาะเพศเมียเป็นการสืบพันธุ์ เพศผู้นั้นจะเกาะปลาตกเบ็ดเพศเมียไปตลอดชีวิตและกลายเป็นสิ่งหนึ่งในร่างกายของปลาตกเบ็ดเพศเมียเหมือนชิ้นเนื้อประหลาด ๆ การเรืองแสงนี้เพื่อดึงดูดเหยื่อเข้ามา

  11. ไดโนแฟลกเจลเลต (Dinoflagellates)

    เป็นสิ่งมีชีวิตเรืองแสงจำพวกพืช เป็นสาหร่ายเซลล์เดียว สามารถสังเคราะห์แสงได้ เป็นแพนตอนพืชที่อยู่ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม ถ้าเป็นไดโนแฟลกเจลเลตสีแดง ตัวอย่างเช่น Gonyaulax เมื่อมีการเจริญเติบโตมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ของไดโนแฟลกเจลเลตสีแดงมากขึ้น ทำให้สีน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง เรียกว่า Red tides หรือสีน้ำตาล เมื่อตกกลางคืนจะเรืองแสงได้ มีสารเป็นพิษต่อระบบประสาทได้ครับ ตัวอย่างดังวิดีโอด้านล่าง ที่ถ่ายเมื่อ 28 กันยายน ค.ศ.2011 ได้เกิด Red tides ที่ชายฝั่งซานดิเอโก(San Diego)

เรียบเรียงข้อมูลโดย Wannaphong.com
ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *